ตำนานพลซุ่มยิงนาวิกโยธินสหรัฐ

ตำนานพลซุ่มยิงนาวิกโยธินสหรัฐ แฮธค็อกซ์เป็นพลซุ่มยิงที่ประสบความสำเร็จที่สุดในเวียดนาม เวียดกงและเวียดนามเหนือ ขนานนามให้ชายคนนี้ว่า “ลองจาง”

ตำนานพลซุ่มยิงนาวิกโยธินสหรัฐ

 เป็นนาวิกโยธินที่เข้ารบในเวียดนามปี 1965 

แปลว่า “ขนนกขาว” และทหารอเมริกันก็เรียกเขาในชื่อเดียวกันว่า “White Feather” ในสายตาของคนอื่น ผลงานของแฮทค็อกไม่ใช่ผลงานที่น่าภูมิใจนัก เขาสังหารเวียดกงที่ยืนยันแล้ว 92 ศพ (การสังหารที่ได้รับการยืนยัน จะต้องมี

นายทหาร รวมถึงทหารชั้นประทวนรับรอง 2 คนขึ้นไป และต้องพิสูจน์ศพที่ถูกยิงนั้นแล้ว หมายความว่า ถ้าคุณยิงเวียดกงตายในฝั่งตรงข้าม 1 คน คุณต้องพานายทหารไปเพื่อไปดูศพและยืนยัน โดยหวังว่าเวียดกงอีกกว่า 200 คนไม่ได้อยู่ตรงนั้น)

และแน่นอน การตั้งค่าหัวของแฮธค็อกซ์ถูกประกาศไปทั่วในกลุ่มทหารของของเวียดกงและเวียดนามเหนือ ทหารสื่อสารของเวียดกงรายหนึ่งถูกจับ และถูกเค้นความลับว่า กองกำลังเวียดกงและกองทัพเวียดนามเหนือ ได้ตั้งค่าหัวของคาร์ลอสเป็นเงินรางวัลสูงถึง 30,000 ดอลล่า ให้กับใครก็ตามที่สามารถเด็ดขนนกสีขาวลงมา

จากหมวกของแฮธค๊อกซ์ได้ โดยปกติแฮธค๊อกซ์ จะสวมชุดพราง กับหมวกบูนี่แฮ็ท และเสียบขนนกขาวไว้บนหมวกทุกครั้งที่ออกล่า เช่นเดียวกับทหารอเมริกันคนอื่นๆ ที่ชอบเอาไพ่ แปรงสีฟัน ฯลฯ เสียบไว้บนหมวกเพื่อเป็นเครื่องราง)

 คาร์ลอส แฮธค๊อกซ์ อาจจะนับได้ว่าเป็นสไนเปอร์คนแรกของโลกที่ใช้ปืนที่มีกระสุนขนาด .50 นิ้ว แต่ไม่ใช่จากปืนเล็กยาวหรือปืนไรเฟิลซุ่มยิง แต่ยิงมันจากปืนกลหนัก Browning M2 Machine Gun ติดกล้องเล็งซึ่งสามารถสังหารทหารเวียดนามเหนือได้ถึง 2 คน จากระยะการยิง 2,500 หลา ในปี

1967 ก่อนจะถูกทำลายสถิติลงในปี 2002 โดยพลซุ่มยิงชาวแคนาดา สิบโท แอรอน เพอร์รี่ ที่ทำการยิงในอัฟกานิสถาน ซึ่งหลังจากสงครามเวียดนามจบลงความนิยมในการใช้ปืนกลหนัก M2 ติดกล้องเล็งก็น้อยลง จนกระทั่งปี 1980 จึงมีการพัฒนาปืนไรเฟิลซุ่มยิงที่ใช้กระสุนขนาด .50 นิ้ว ออกแบบโดนรอนนี่ แบเร็ต คือปืนรุ่น Barrett M82

 เขาเป็นคนธรรมดาๆ คนนึง ที่สมัครเข้าเป็นนาวิกโยธิน ถูกส่งไปยังโรงเรียนพลแม่นปืน และมาจบที่โรงเรียนพลซุ่มยิง แต่ทักษะที่เขามีนอกเหนือไปจากนั้นคือ ทักษะในการล่าสัตว์ที่เป็นความสามารถเฉพาะตัว ทำให้เขามีความสามารถในการแกะรอยและซ่อนตัว
     ภารกิจที่ทำให้ชายผู้ยิงปืนแม่นคนนี้ก้าวเข้า

สู่ความเป็นพลซุ่มยิงที่ไม่มี ใครเทียมอย่างเต็มภาคภูมิก็คือ ภารกิจที่เหล่าบรรดากองร้อยสไนเปอร์ของเวียดกงและเวียดนามเหนือ ต่างออกไล่ล่าเขาตามประกาศค่าหัว “ถ้าใครสามารถเด็ดขนนกสีขาวลงจากหัวของเขาได้ คนๆ นั้นจะได้รับเงินค่าหัว 30,000 ดอลล่า

     ครั้งหนึ่ง เเฮธค็อกซ์ ออกลาดตระเวนกับพลชี้เป้าของเขา เบิร์ค ก่อนจะมีข่าวจากกองบัญชาการ ว่า ตอนนี้ที่ค่ายของพวกเขาโดนพลซุ่มยิงเล่นงาน มันเก็บนาวิกโยธินไปวันละคน ไม่เคยมีใครเห็นตัวมัน มันไม่เคยยิงเกินวันละนัดและไม่เคยยิงจากตำแหน่งเดิม……ไอ้งูเห่า ชื่อที่นาวิกโยธินสหรัฐเรียก